รู้หรือไม่ว่าหูหนวกหรือหูตึงก็สามารถบำบัดรักษาได้โดยผ่าตัดสวมเส้นประสาทสมองหูเทียมที่มีลักษณะคล้ายๆกับเครื่องช่วยฟังดิจิตอลด้วย

index-slide-siemens-12p

แผนการที่จะแก้โรคหูนั้นมีการรุดหน้ามาตลอดเวลาโดยผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาทางด้านหูมาอย่างช่ำชอง จึงได้สร้างสรรค์สิ่งที่เรียกว่าเครื่องช่วยฟังขึ้นมาซึ้งจะทำเอาการได้ยินของผู้ป่วยชัดแจ้งขึ้น แต่บางท่านเมื่อใช้เครื่องตัวนี้แล้วอาจจะไม่ได้ยินเลยหูตึงเหตุเพราะว่าประสาทหูได้เสื่อมสภาพไปแล้ว มนุษย์จึงต้องหาทางแก้โดยการคิดค้นภาษามือขึ้นมาเพื่อช่วยผู้พิการทางการได้ยิน คราวนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าจะตรวจสอบได้อย่างไรโรคหูตึงว่าบุคคลนั้นมีปัญหาทางการได้ยินหรือป่าว เสนออย่างเช่น พ่อของเพื่อนซี้ของผมเวลาพูดจาจะได้ยินเบามากเลยทำให้คนที่พูดคุยด้วยต้องพูดอึกทึกมากพร้อมด้วยเกิดความยากลำบากในการสื่อสาร แต่คุณพ่อของเขาก็ขาดสติว่าตัว ทางลูกพี่ลูกน้องจึงต้องพาไปโรงหมอเพื่อให้นายแพทย์ผู้ชำนาญทำการตรวจอย่างพิถีพิถันอีกที เมื่อหูตึงตรวจค้นเสร็จแล้วหมอจะให้กระดาษมาแล้วจะแสดงเส้นการได้ฟังของคนไข้ ในนั้นจะบอกว่ามีการได้ยินที่สะเพร่าทางไหน ทางโรงหมอก็จะบอกช่องทางเครื่องช่วยฟังมาใส่แต่ผลิตภัณฑ์ของทางโรงหมอนั้นจะแพงมากเพราะว่ามีส่วนแบ่งให้กับพยาบาลที่ตรวจ คนส่วนใหญ่จะซื้อกับทางหมอเนื่องจากเกิดจากความเกรงอกเกรงใจ เราสามารถบอกทางกับทางเฝ้าไข้ได้ว่าเราไม่รับผลิตภัณฑ์ ซึ่งคนไข้สามารถมาหาซื้อได้จากทางร้านขายของต่างๆ ในมูลค่าที่ถูกกว่าหลายเท่าแต่คุณภาพเท่ากันซึ่งเป็นวิธีเลือกที่ดีที่สุดของผู้ที่มีสถานภาพปานกลางพร้อมด้วยฐานะไส้แห้ง แต่ก็มีแนวทางที่ไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟังนั้นคือการสร้างประสาทหูเทียมขึ้นมาอีกครั้งมาหูตึง แต่อย่างนี้เป็นวิธีที่กำลังอยู่ในการค้นคว้าอยู่พร้อมด้วยเป็นวิธีที่ยากมากพร้อมด้วยค่าใช้จ่ายเครื่องช่วยฟังราคาในการทำประสาทหูเทียมติดจะสูงเลยทีเดียว เรามาเรียนรู้กันดีกว่าว่าเส้นประสาทสมองหูเทียมหมายถึงอะไร มันคือเครื่องมืออิเล็คโทรนิคที่บรรจุเส้นไฟฟ้าเล็กๆไว้มากมายหูตึง และมีการรับส่งคลื่นเสียงที่ได้รับเข้ามาด้วยประจำไฟฟ้า จากนั้นทำการผ่าตัดใบหูเพื่อที่จะฝั่งเครื่องตัวนี้เข้าไปยังภายในรูหูบริเวณกระดูกอ่อน ทำนองนี้จะใช้กับคนที่พิกลพิการจากการได้ยินเลยไม่ใช่หูตึง เมื่อทำการผ่าตัดสำเร็จลุล่วงแล้วทำเป็นต้องได้รับการบรรเทาทุกข์จากแพทย์ชำนัญพิเศษในการฝึกการได้ยินอีกครั้งเป็นช่วงเวลาหนึ่ง พร้อมทั้งจำเป็นต้องไปเรียนรู้ภาษาไทยอีกครั้งเพื่อเล่าเรียนพร้อมกับฝึกพูดคุยใหม่ การศึกษาจะคืบหน้าไปอย่างช้ามากไม่เหมือนกับเด็กทารกที่พัฒนาไปได้อย่างเร็วหูตึง ที่มาเกิดจากเมื่อตอนที่เป็นเด็กแรกเกิดสมองจะเรียนรู้ไวมากพร้อมด้วยจดจำสิ่งรอบตัวได้ฉับพลัน เมื่อบุพการีหรือไม่ก็คนอื่นคุยกันเยาวชนก็จะจำได้และสามารถพูดได้โดยไม่ต้องฝึกซ้อมมากนัก แต่ก็ขึ้นอยู่กับขั้นตอนเลี้ยงเฝ้าไข้หลานของท่านอีกด้วย